สุขภาพ-สมุนไพร
วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557
มาทานอาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญกันเถอะ
การที่สุขภาพร่างกายของคนเราจะแข็งแรงและผอมลงได้นั้น ปัจจัยหลักสำคัญส่วนหนึ่งล้วนมาจากการทานอาหารด้วยกันทั้งสิ้น สาวคนไหนที่อยากให้รูปร่างสวยโดยเร็ว มาช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ให้กับร่างกายกันเถอะค่ะ
1. ชาเขียวและสาหร่าย
หลายคนอาจจะทราบมาว่าการดื่มชาเขียวนั้นมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ แต่สาวๆ อาจจะยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว พืชสีเขียวประเภทอื่นๆ ก็มีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับชาเขียวอย่างสาหร่ายวากาเมะของญี่ปุ่นที่มีสาร ฟูโกแซนทีน (FUCOXANTHIN) นั่นยังไงละคะ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันจากเซลล์ในชั้นไขมันให้หายไปได้ และแพทย์ในสหรัฐอเมริกาก็เคยแนะนำให้ผู้ป่วยได้ทานจนกระทั่งพบว่ามันสามารถ ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้ทำงานดีขึ้นได้อย่างแท้จริง โดยแนะนำให้ทานคู่กับการดื่มชาเขียวนั่นเองค่ะ
2. ทานปลาถ้าอยากผอม
เนื่องจากปลาอุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพอีกทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของ ร่างกายให้ทำงานดีขึ้น โดยสาวๆ ควรทานปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรลและปลาเทราท์ โดยหาซื้อปลาเหล่านี้ได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เมื่อไรที่แวะไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างก็อย่าลืมแวะซื้อในแผนกปลากันด้วยนะคะ
3. เลิกทานอาหารจำเจซ้ำซาก
บอกลาอาหารจำเจแบบเดิมๆ ซ้ำซากกันได้แล้ว หากคุณทานแต่อาหารแบบเดิมๆ ทุกวัน เพราะหากร่างกายเราได้รับอาหารเหล่านี้เข้าไปเป็นประจำ ย่อมทำให้เกิดการปรับตัวและลดอัตราการเผาผลาญลงอีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารใหม่ๆ เข้าไปกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดีขึ้น คุณจึงควรปรับเปลี่ยนอาหารที่ทานในแบบใหม่ๆ บ้าง อย่างน้อยทุปๆ สองสัปดาห์ค่ะ เช่นว่าในสองสัปดาห์แรกคุณอาจจะทานอาหารประเภทโลว์แฟตแต่จากนั้นสัปดาห์ที่ สองก็ควรหันมาทานอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมันเพิ่มขึ้นบ้าง นอกจากนี้ อย่าลืมเน้นทานพวกผักผลไม้กันด้วยนะคะ เพื่อจะได้เสริมวิตามินและแร่ธาตุอย่างครบถ้วนด้วยนั่นเองและมันจะยิ่งช่วย เสริมให้ระบบการเผาผลาญทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นด้วย
4. ทานอาหารออร์แกนิกบ้าง
มีการศึกษาพบว่าผู้ที่มีโอกาสอ้วนขึ้นโดยมากมักเกิดจากการทำงานของระบบเมตา บอลิซึ่มซึ่งเกิดจากอาหารที่เราทานเข้าไปที่ทำให้เซลล์กลายมาเป็นเซลล์ไขมัน ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสาวอยากผอม คุณควรหันมาทานอาหารออร์แกนิกกันบ้าง โดยพยายามหมั่นทานให้ได้บ่อยขึ้นเท่าที่จะทานได้ค่ะ
5. แตงโมช่วยเบิร์นไขมัน
แตงโมมีกรดอะมิโนอาร์จินีนที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอีกทั้งยังป้องกันการ สะสมของไขมันได้ดีอีกด้วย โดยนักวิจัยได้ทำการทดลองกับหนูที่ได้รับสารดังกล่าวเป็นเวลา 12 สัปดาห์และพบว่ามันสามารถช่วยลดอัตราไขมันในตัวลงได้มากถึง 30% เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเพื่อสุขภาพ คือช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ที่มา...สนุกดอทคอม
ห้ามใช้ทิชชู่ซับน้ำมันอาหาร เสี่ยงก่อมะเร็ง
บ่อยครั้งเราเองก็แอบเข้าใจว่ากระดาษทิชชู่นั้นใช้สำหรับซับน้ำมันจากอาหารได้ แต่ทางกรมอนามัยได้ออกมาเตือนว่า ห้ามใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมัน จากอาหารเด็ดขาด เพราะมันจะเสี่ยงที่จะได้รับสารก่อมะเร็ง ทางที่ดีควรใช้กระดาษซับมันสำหรับอาหารที่ได้มาตรฐานดีที่สุด
เตือนประชาชนห้ามให้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมันจากอาหาร เสี่ยงรับโซดาไฟและสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แนะใช้กระดาษซับมันอาหารที่ได้มาตรฐานสากล ย้ำหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด
อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์คเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้ กระดาษทิชชูซับอาหารทอด ว่า แม่บ้าน แม่ครัว หรือผู้ค้าอาหารไม่ควรใช้กระดาษทิชชู่มาซับน้ำมันจากอาหาร เพราะเนื้อเยื่อเล็กๆ ของกระดาษทิชชู่จะติดในอาหาร ทำให้เราได้รับสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในกระดาษทิชชู่ไปด้วย เนื่องจากกระดาษทิชชู่ผลิตมาจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ โดยมีวัตถุดิบคือต้นไม้ เช่น ต้นไผ่หรือต้นไม้อื่น ๆ แต่ปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงมีการนำกระดาษหมุนเวียนใหม่ เช่น กระดาษ A4 ที่ใช้แล้ว นำไปผลิตกระดาษทิชชู่ หรือแม้แต่กระดาษฟางที่ผลิตจากฟางข้าว ซึ่งในกระบวนการตีวัตถุดิบให้เป็นเนื้อเยื่อต้องใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์หรือ โซดาไฟ และเพื่อความขาวน่าใช้จึงมีการใช้สารคลอรีนฟอกขาว และมีสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเป็นส่วนประกอบด้วย
สารโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟ เมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนและไขมัน จะมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อรุนแรง ทำให้บริเวณนั้นอ่อนนุ่มกลายเป็นวุ้นหรือเจลาตินและสบู่ เนื้อเยื่อถูกทำลายหรือถูกกัดลึกลงไป ซึ่งการทำลายอาจต่อเนื่องหลายวัน การหายใจเอาไอหรือละอองสารยังส่งผลให้ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้จาม ปวดคอ น้ำมูกไหล ปอดอักเสบรุนแรง หายใจขัด การสัมผัสถูกผิวหนังจะระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลไหม้และพุพองได้ การกลืนกินทำให้แสบไหม้บริเวณปาก คอ และกระเพาะอาหาร ส่วนสารไดออกซิน (dioxins) เป็นสารที่สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างชาติจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปจะไม่ทำให้เกิดอาการอย่างเฉียบพลัน แต่อาการจะค่อยๆ เกิดและเพิ่มความรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้
“การซับน้ำมันจากอาหาร กระดาษที่ใช้จะสัมผัสกับอาหารโดยตรง จึงต้องเลือกใช้กระดาษที่ผลิตมาเพื่อใช้กับอาหารโดยเฉพาะและต้องผ่านการ รับรองตามมาตรฐานระดับสากล เช่น HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) เป็นมาตรฐานการผลิตที่มีมาตรการป้องกันอันตรายที่ผู้บริโภคอาจได้รับจากการ บริโภคอาหาร เป็นที่นิยมใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหารข้ามชาติ หรือร้านอาหารฟาสฟู้ด ซึ่งจะต้องไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายออกมาปนเปื้อนกับอาหาร ไม่ปนเปื้อนเชื้อโรค ไม่มีสิ่งแปลกปลอมติดค้างอยู่ เช่น เศษกระดาษ นอกจากนี้ การนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาใช้ห่อบรรจุอาหารทอดต่างๆ ก็เป็นอันตราย เพราะน้ำมันจะเป็นตัวละลายสารเคมีในหมึกพิมพ์ได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้บริโภครับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย แม้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานกระดาษที่ผู้ค้านำมาซับมันจากอาหารได้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารมันและอาหารทอด เพื่อความปลอดภัยจากการรับสารเคมีตกค้าง และเพื่อสุขภาพ ที่ดีของผู้บริโภคด้วย”
ที่มา...กรมอนามัย
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557
อาหารว่างแบบไหนส่งผลดีต่อสุขภาพ
เคยคิดเหมือนกันไหมครับว่าความสุขเล็ก ๆ อย่างหนึ่งของคนเรา คือการได้ทานอาหารว่างอร่อย ๆ ในช่วงระหว่างวัน แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจดื่มด่ำกับความสุขเหล่านั้นได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากยังยึดติดกับความเชื่อที่ว่าอาหาร ว่างคือของไม่มีประโยชน์ และพยายามหักห้ามใจเพื่อเลี่ยงปัญหาด้านสุขภาพ แต่ทราบหรือไม่ว่า ยังมีของว่างบางประเภทซึ่งเมื่อทานคู่กันแล้ว จะให้คุณค่าทางสารอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าทั้งอิ่มอร่อยและได้คุณค่าในเวลาเดียวกัน
กล้วยและเนยถั่ว
รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่ทานกล้วยคู่กับเนยถั่วก็สามารถเติมพลังให้กับร่างกายในช่วงบ่ายได้ เนื่องจากกล้วยอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยกระตุ้นการสร้างพลังงานในร่าง กาย รวมถึงมีโปแทสเซียมที่ส่งผลดีต่อการทำงานของหัวใจ ในขณะที่โปรตีนจากเนยถั่วจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน
ไข่และชีส
สำหรับใครที่ชื่นชอบเมนูแซนวิช ลองหันมาทานแซนวิชไข่แล้วฝานเชดด้าชีสแผ่นบาง ๆ ลงไปด้วยสิครับ เพราะจะได้รับทั้งวิตามินดีจากไข่แดงและแคลเซียมจากชีสในคราวเดียวกัน ซึ่งช่วยให้กระบวนการดูดซึมสารอาหารของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ โปรตีนที่ย่อยง่ายจากไข่ยังส่งผลดีต่อความหนาแน่นของมวลกระดูกที่เพิ่มขึ้น อีกต่างหาก
ผักโขมและน้ำมะนาว
ไม่น่าเชื่อว่าการทานผักโขมร่วมกับน้ำมะนาว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร PLoS One ยังระบุว่า การทานผักโขมคู่กับน้ำมะนาวยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้ออ่อนล้า รวมถึงช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้นอีกด้วย
ดาร์คช็อกโกแลตและแอปเปิล
ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the American Medical Association ได้ระบุว่า การทานดาร์คช็อคโกแล็ตในปริมาณนอด ๆ หน่อย ๆ ต่อวัน สามารถลดความดันโลหิตได้ และถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ควรทานแอปเปิลควบคู่กันไปด้วย เพราะในแอปเปิลนั้นอุดมไปด้วยสารเควอซิทินที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งเมื่อมารวมตัวกับสารคาเทชิส์ในดาร์คช็อกโกแลต จะกลายเป็นการสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการแข็งตัวของเลือดได้เป็น อย่างดี
ที่มาจาก : thaiza.com
ไข่ มีสารอาหารช่วยลดน้ำหนัก!!!
ไข่ อาหารที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีคุณค่าประโยชน์ที่เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว ใครที่คิดว่ากินไข่จะทำให้อ้วน รู้หรือไม่คะว่าไข่มีสารอาหารถึง 7 ชนิดที่จะช่วยให้สาวๆ ลดน้ำหนัก ได้ไวขึ้น
1. โคลีน (Choline)
โคลีนสามารถช่วยลดน้ำหนักและยังช่วยต่อต้านมะเร็งร้ายให้ห่างไกลจากร่างกาย ของคุณได้ด้วย ซึ่งความจริงแล้วโคลีนก็คือวิตามินบี ที่จะเข้าไปเปิดการทำงานของยีนในร่างกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงาน และช่วยต่อต้านมะเร็งเต้านมได้ อีกทั้งยังช่วยเยียวยาจิตใจและรักษาสุขภาพสายตาอีกด้วย
2. วิตามิน ดี (Vitamin D)
วิตามิน ดี สามารถช่วยเสริมสร้างแคลเซียมบำรุงกระดูกของร่างกายให้แข็งแร็งเพื่อเพิ่ม กล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้วิตามินดีในไข่ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เหมือนกัน อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างพลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมอีกด้วย
3. วิตามินบี6 (Vitamin B6)
ในอาหารมากมายหลายชนิดอุดมไปด้วยวิตามินบี6 รวมทั้งไข่ก็เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งวิตามินบี6 จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเผาผลาญอาหารและช่วยให้วงจรการนอนหลับดีขึ้นด้วย
4. โปรตีน (Protein)
ไข่ 1 ฟองอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6 กรัม ที่สามารถเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานได้โดยปราศจากแป้ง หากต้องการคงสภาพความตึงกระชับของกล้ามเนื้อไว้ ให้กินไข่ 1 ฟองกับไข่ขาว 2 ฟอง วิธีนี้จะทำให้คุณได้รับโปรตีนอย่างล้นหลามเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็วด้วย
5. วิตามินบี12 (Vitamin B12)
ถือได้ว่าไข่เป็นแหล่งรวมวิตามินบี12 ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากกินเนื้อสัตว์หรืออาหารเสริม นอกจากนี้วิตามินบี12 ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญเกือบจะทุกเซลล์ในร่างกายเลยทีเดียว
6. กรดไขมันจำเป็น (EFA)
แค่ฟังชื่อก็ชวนให้สงสัยแล้วว่าจะช่วยทำให้น้ำหนักลดได้อย่างไรกัน แต่หากคุณรู้จักกรดไขมันจำเป็น (EFA) คุณจะหลงรักมันเลยล่ะ เพราะถ้าคุณกำลังคิดลดน้ำหนัก เจ้ากรดไขมันนี่แหละจะเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งยืดหยุ่นและส่งผลดีต่อระบบหัวใจด้วย และแม้ว่าไข่จะมีไขมันอิ่มตัว แต่ไขมันเหล่านั้นก็เป็นไขมันชนิดที่ดี
7. ลิวซีน (Leucine)
ลิวซีน คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นมากต่อการลดน้ำหนัก เพราะลิวซีนจะช่วยเร่งการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยขัดขวางการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มพลังงานให้ก่อนออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนว่า ไข่ นี่แหละเป็นแหล่งรวมลิวซีนชั้นเลิศ เอาเป็นว่าลองเลือกเมนูไข่มาเป็นอาหารมื้อก่อนไปออกกำลังกายเถอะนะคะ
ที่มา...กระปุกดอทคอม
หมู่เลือดหายากเสี่ยงความจำเสื่อม
วารสาร “ประสาทวิทยาอเมริกัน” รายงานว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของหมู่เลือดหายากบางหมู่ อาจมีส่วนเกี่ยวพันกับการสูญเสียความจำในช่วงบั้นปลายของชีวิตได้
รายงานกล่าวว่า ผู้ ที่เป็นเจ้าของหมู่เลือด เอบี ซึ่งมีอยู่ในราวร้อยละ 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดูอาจจะเกิดอาการปัญหาเกี่ยวกับความคิดและความจำมากยิ่งกว่าเจ้าของกลุ่ม เลือดกลุ่มอื่น การศึกษาซึ่งทำต่อ จากการศึกษาที่แล้วๆมา ได้พบว่า หมู่เลือดอาจมีอิทธิพลกับความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจได้ อย่างไรก็ดี พวกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หนทางที่จะรักษาสุขภาพสมองให้ดีตลอดไป ขึ้นอยู่กับการกินอาหารให้ถูกส่วน ออกกำลังเป็นประจำและอย่าสูบบุหรี่
คณะแพทย์มหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ ได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของพลเรือนอเมริกัน วัยเกิน 45 ปีขึ้นไป จำนวน 3 หมื่นราย พบว่าผู้ที่มีกลุ่มเลือดเอบี ซึ่งมีอยู่มากประมาณร้อยละ 6 มักจะมีปัญหาทางสมอง ซึ่งเป็นอัตราที่สูงเกินกว่าร้อยละ 4 ของคนทั่วไป
ที่มา : เว็บไซด์ไทยรัฐออนไลน์
นอนน้อย เสี่ยงทำสมองฝ่อ
วารสารสถาบันประสาทวิทยาอเมริกันตีพิมพ์ผลการศึกษาระบุว่า ปัญหาการนอนไม่หลับเชื่อมโยงสัมพันธ์กับการเกิดอาการสมองฝ่อ หรือปริมาณเนื้อสมองลดน้อยลง หลังทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ วิจัยพบการเชื่อมโยงกันดังกล่าว
กลุ่มวิจัยทดลองโดยนำกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ 147 คน อายุ 20 ปี และ 84 ปี มาเข้ารับการตรวจสมองผ่านเครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ 2 ครั้ง ซึ่งการสแกนสมองแต่ละครั้งจะมีความห่างเฉลี่ย 3.5 ปี จาก นั้นนักวิจัยได้ให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอน เช่น นอนนานเท่าไร, ใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะนอนหลับ, หรือจำเป็นต้องใช้ยาช่วยให้นอนหลับหรือไม่
หลัง กระบวนการค้นคว้าพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35 จากจำนวนทั้งหมดมีคุณภาพการนอนหลับย่ำแย่ และยังพบอีกว่า บุคคลที่มีปัญหาการนอนไม่หลับ มีขนาดสมองหดเล็กลงเป็นวงกว้างในหลายส่วน เช่น สมองบริเวณหน้าผาก, สมองบริเวณขมับ, หรือเนื้อสมองตรงผนังหุ้ม ซึ่งกรณีเช่นนี้เห็นได้ชัดในคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม แคลร์ อี. แซ็กตัน จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ กล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่าคุณภาพของการนอนหลับ เป็นสาเหตุ หรือเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองกันแน่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อเนื่องต่อไปในอนาคต เพราะหากการศึกษาในอนาคตชี้ว่าการปรับปรุงคุณภาพการนอนช่วยลดความเสี่ยง อาการสมองฝ่อ ดังนั้น การแก้ไขพฤติกรรมการนอนซึ่งมีวิธีรักษาอยู่หลายหนทางก็อาจเป็นแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยรักษาสุขภาพของสมองได้นั่นเอง
ที่มา : เว็บไซด์มติชนออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557
ผมเสีย แก้ง่ายๆ ด้วย 6 อาหารผมเปี่ยมคุณค่า
คุณผู้หญิง ที่ทำร้ายเส้นผมกันอยู่ทุกวี่วัน ไม่ว่าจะยืด ดัด ม้วน ไดร์ ทำสี คงยากจะทำให้ผมเสีย กลับมามีสุขภาพดีแข็งแรงเหมือนเดิม อยากผมสวยสุขภาพดีควรบำรุงจากภายในด้วยนะคะ มาดูอาหารบำรุงเส้นผมกันค่ะ....
หอยนางรม อุดมไปด้วยสังกะสีซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อรวมไปถึงเส้นผมด้วย ใครที่มีปัญหาผมร่วงต้องเน้นหอยนางรมเป็นพิเศษเลย
มะละกอ และพริกไทย เปี่ยมไปด้วยวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณเคลือบผม ช่วยให้ผมฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถั่วลิสง เป็นหนึ่งในแหล่งของไบโอตินที่ดีที่สุด ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผมใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้นและยาวเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้หนังศีรษะชุ่มชื่นอีกด้วย
น้ำมันอีฟนิงพริมโรส ที่สุดของแหล่งรวมของกรดแกมมา-ไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยให้ผมสุขภาพดี
ผักโขม อุดมไปด้วยเหล็กและโฟเลต ซึ่งโฟเลตจะช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดง ในขณะที่เหล็กทำหน้าที่กักเก็บออกซิเจนให้เซลล์เม็ดเลือด โดยเซลล์สองชนิดนี้คือจุดกำเนิดของเส้นผมรวมไปถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย เมื่อทานผักโขมบ่อยๆ จะช่วยเพิ่มจำนวนเส้นผมที่จะเกิดใหม่อย่างได้ผล
ที่มา...Chicministry.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






